วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม


มะเร็งเต้านมเป็นโรคที่ถือว่าเป็นอันตรายคุกคามต่อชีวิต (life threatening disease) ซึ่งหมายความว่า หากไม่รักษาหรือปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ  มันจะไม่หายไปเอง แต่จะทำให้โรคเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้
การผ่าตัดเป็นกระบวนการแรกของการรักษามะเร็งเต้านม ที่ต้องทำตั้งแต่แรกเริ่มให้ดีที่สุด  เหมาะสม กับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะมิเช่นนั้นหากโรคกลับเป็นซ้ำขึ้นในภายหลัง จะรักษาต่อได้ยาก ได้ผลไม่ค่อยดีด้วย สุดท้ายโรคจะเป็นมากจนควบคุมไม่ได้
ในการผ่าตัด เรามีหลักการว่า เป็นการผ่าตัดกำจัดก้อนเนื้อมะเร็งและในบางครั้งรวมถึงเนื้อเยื่อที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งให้หมดเกลี้ยงไป ไม่ให้หลงเหลืออยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับเป็นซ้ำ ขณะเดียวกันผลการผ่าตัดต้องออกมาดี  แผลไม่น่าเกลียด ส่วนกรณี ผ่าตัดสงวนเต้า เต้านมต้องดู ไม่ขี้เหร่ ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด โดยต้องพิจารณาเลือกวิธีการผ่าตัดให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละรายไป

การวางแผนด้านการผ่าตัด

หลังจากทราบผลการตรวจเนื้อเยื่อ ยืนยันแล้วว่าเป็นโรคมะเร็งเต้านม  ก็จะต้องมีการรักษาตามมา การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบันนี้ จะตั้งเป้าหมายของการรักษาไว้ที่ หวังผลหายขาด (curative aim) โดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะแรกๆ (early breast cancer)  ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีการตรวจเช็คมะเร็งเต้านมอยู่เป็นประจำ ทำให้สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น การรักษาจะเริ่มด้วยการผ่าตัดซึ่งถือเป็น ลำดับแรกของกระบวนการรักษาโรคมะเร็งเต้านม
ปัจจุบันการผ่าตัดมีทางเลือกหลายแบบหลายวิธี ที่จำเป็นต้องทราบไว้บ้าง โดยเราจะแยกส่วนของการผ่าตัดเป็นสองส่วน คือเราจะผ่าตัดที่เต้านมด้วยวิธีไหน  และอีกส่วนหนึ่งคือเราจะจัดการผ่าตัดที่ต่อมน้ำเหลืองรักแร้อย่างไร
การผ่าตัดที่เต้านม ก็มีการแยกย่อยไปอีกหลายเทคนิควิธีการ  ดังนั้นเพื่อให้เกิดผลการรักษาดีที่สุด จำเป็นต้องวางแผนการผ่าตัด อย่างดีก่อนเสมอ เพื่อเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน คือแต่ละคนก็เหมาะกับวิธีผ่าตัดไปกันคนละแบบขึ้นกับรายละเอียดต่างๆอีก

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกวิธีการผ่าตัด ได้แก่

ปัจจัยตัวมะเร็ง

1. ลักษณะของมะเร็ง  มะเร็งที่มีลักษณะทางชีววิทยา (tumor features) ที่บ่งบอกว่ามีความร้ายแรง มีโอกาสกลับเป็นซ้ำในเต้านมได้สูง ก็ไม่ควรเลือกวิธีผ่าตัดแบบสงวนเต้า
2. ตำแหน่งของก้อนมะเร็ง  เป็นสิ่งที่จะกำหนดตำแหน่งของบาดแผล ลักษณะการจัดวางแนวแผล
3. ขนาดของก้อนมะเร็ง  ก้อนมะเร็งที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดเต้านมอาจไม่เหมาะสมที่จะผ่าตัดแบบสงวนเต้า
4. การกระจายตัวของมะเร็ง  มะเร็งที่เกิดขึ้นหลายๆ ตำแหน่ง หรือกระจายตัว หลายๆหย่อม ในเต้านม จะไม่สามารถเลือกวิธีผ่าตัดแบบสงวนเต้าได้

ปัจจัยด้านผู้ป่วย

1. อายุ  ในปัจจุบันผู้ป่วยอายุน้อย  ถือว่าไม่เหมาะที่จะเลือกวิธีผ่าตัดแบบสงวนเต้า
2. กรรมพันธุ์ หรือปัจจัยเสี่ยงอื่น  เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเนื้อเยื่อเต้านมส่วนอื่นๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งตามมาได้ในอนาคต ดังนั้นการผ่าตัดสงวนเต้าอาจไม่เหมาะในผู้ป่วยกลุ่มนี้ และหากมีการตรวจยืนยันว่าผู้ป่วยมียีนมะเร็งเต้านม (BRCA-1, BRCA-2) ด้วยแล้ว ถือเป็นข้อบ่งชี้สำหรับผู้ป่วยบางคน ในการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อเต้านมอีกข้างออกด้วย เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งในเต้านมข้างที่ยังปกติอยู่ในอนาคต
3. โรคประจำตัว  ผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการฉายแสงได้ เนื่องจากมีโรคประจำตัว เช่นโรคผิวหนังบางชนิด หรือป่วยมากจนเดินทางไปฉายแสงไม่ได้   ก็ไม่ควรเลือกวิธีผ่าตัดแบบสงวนเต้าเพราะต้องมีการฉายแสงเป็นภาคบังคับที่ต้องทำควบคู่ไปด้วย
4. ความต้องการ  การผ่าตัดวิธีใดๆ ก็ตาม  ต้องขึ้นกับความต้องการของผู้ป่วยด้วย โดยแพทย์จะพิจารณา ความเป็นไปได้ ว่าสามารถทำได้ หรือไม่ได้

ปัจจัยด้านเต้านม

1. รูปทรงของเต้านม   เช่น ความหย่อนยาน ของเต้านมข้างที่เป็น และข้างตรงกันข้ามก็จะต้องนำมาวางแผนเลือกแนวทางการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดแบบสงวนเต้า เนื่องจากหลังผ่าแล้ว เต้านมสองข้างควรสมดุลกัน และมีรูปทรงที่ดูดี ไม่บิดเบี้ยว ซึ่งรูปทรงเต้านมที่ดูดี ไม่ขี้แหร่ นั้น ขึ้นกับการวางแผนในการผ่าตัดตั้งแต่แรก
2. ขนาดของเต้านม   เต้านมขนาดเล็กๆ ไม่เหมาะที่จะเลือกผ่าตัดวิธีสงวนเต้า เนื่องจากมีความจำกัดในการเลาะก้อนเนื้อออกให้มีขอบเขตกว้างในระดับที่ต้องการ และยังมีโอกาสเสียรูปทรงหรือบิดเบี้ยว หลังผ่าตัดและหลังฉายแสงได้สูง มันจะเป็นการดีกว่าถ้าเราใช้วิธีตัดเลาะเนื้อเยื่อเต้านมออกให้หมด แล้วเสริมสร้างขึ้นมาใหม่

คราวนี้เรามาดูการผ่าตัดในแต่ละส่วนว่ามี ให้เลือกกี่แบบ และวิธีการเป็นอย่างไรบ้าง

  ส่วนของเต้านม  :  มีทางเลือก 2 แบบ

1. การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด (total mastectomy) เป็นการตัดเนื้อเยื่อเต้านมร่วมกับ ผิวหนังที่ปกคลุมอยู่  และหากตรวจต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้วพบว่ามีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายเข้าไป ก็จะผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกไปด้วยในคราวเดียวกัน หากไม่มีการแพร่กระจายก็จะตัดเฉพาะเนื้อเยื่อเต้านมออกเพียงอย่างเดียว

การผ่าตัดวิธีนี้เหมาะกับ

1. ผู้ป่วยที่ไม่ประสงค์จะผ่าตัดแบบสงวนเต้า
2. ผู้ที่มีโอกาสการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งในเต้านมข้างนั้นสูง เช่น  อายุน้อย มีกรรมพันธุ์ หรือปัจจัยเสี่ยง
3. ผู้ที่ไม่สามารถรับการฉายแสงหลังผ่าตัด เช่น มีข้อห้ามหรือ โรคประจำตัวบางอย่าง
4. ผู้ที่ไม่สามารถทำผ่าตัดแบบสงวนเต้าได้ เนื่องจากมีข้อห้าม เช่น มีมะเร็งอยู่หลายตำแหน่งในเต้า  นม   มะเร็งขนาดใหญ่เกินกว่าจะสงวนเต้าได้ เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น